Posts

การคิดค่าปรับอัตราของงานที่หวังผลสำเร็จของงานพร้อมกัน อัตราตายตัวในอัตราร้อยละ 0.01-0.10 ของราคางานจ้างต่อวันแต่จะต้องไม่ต่ำกว่า 100 บาท กรณีคิดค่าปรับในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ 0.01-0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้ส่งมอบ จะต้องระบุว่าไม่ต่ำกว่า วันละ 100 บาท หรือไม่

 ตามระเบียบฯ ข้อ 162 การจ้างซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.01-0.10 ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท แต่สำหรับการกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างอัตราร้อยละ 0.01-0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ ไม่ต้องระบุอัตราขั้นต่ำไม่น้อยกว่าวันละ 100 บาท

กรณีวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท และสามารถส่งมอบของได้ภายใน 5 วันทำการ ไม่ต้องทำสัญญาตามแบบได้หรือไม่

 ไม่ทำสัญญาตามแบบที่กำหนดในมาตรา 93 ก็ได้ โดยสามารถเลือกที่จะทำข้อตกลงเป็นหนังสือตามมาตรา 96 (3) ก็ได้ ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาความเหมาะสมตามลักษณะของการจัดซื้อจัดจ้าง

แบบสัญญาที่พิมพ์จากระบบ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า

 การลงนามในเอกสารสัญญาทั้งที่พิมพ์จากระบบ หรือ จัดทำนอกระบบ คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายต้องลงลายมือชื่อกำกับเอกสารทุกแผ่น สำหรับพยาน ลงนามเฉพาะหน้าสุดท้ายในช่องที่กำหนดเท่านั้น

ในการพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาในสัญญา ใครเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติและต้องดำเนินการอย่างไร

 ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 102 ประกอบกับระเบียบฯ ข้อ 182 กำหนดให้การงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง ได้ด้วยเหตุดังนี้ คือ 1. เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงาน 2.เหตุสุดวิสัย 3. เหตุพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย  4. เหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งเหตุดังกล่าวกระทบต่อการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้โดยหน่วยงานของรัฐจะต้องระบุเงื่อนไขไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง  ซึ่งคู่สัญญาจะต้องแจ้งเหตุให้หน่วยงานรัฐทราบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุด เว้นแต่ กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานของรัฐทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น  ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่จะต้องเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

กรณีหน่วยงานมีความประสงค์ที่จะจัดซื้อระบบสารสนเทศจากต่างประเทศ จะสามารถจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับผู้ขายที่ได้รับการคัดเลือก ได้หรือไม่

     1. ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง การจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือในกรณีอื่นตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 19 มีนาคม 2561 ข้อ 3 กำหนดว่า “ให้การจัดซื้อจัดจ้างดังต่อไปนี้ อาจจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือโดยไม่ทำตามแบบสัญญาตามมาตรา 93 ก็ได้ (1) การจัดซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศที่ผู้ขายกำหนดให้ต้องทำตามเงื่อนไขของผู้ขาย และเป็นมาตรฐานที่ใช้อยู่เป็นการทั่วไปกับผู้ซื้อรายอื่น”      2. เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า หน่วยงานมีความประสงค์ที่จะจัดซื้อระบบสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานทดแทนระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่ โดยจำเป็นจะต้องจัดซื้อระบบสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานจากผู้ขายในต่างประเทศ ซึ่งผู้ขายแต่ละรายยังมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานและมาตรฐานการทำสัญญาที่ใช้อยู่เป็นการทั่วไปกับผู้ซื้อทุกราย จึงไม่อาจนำรูปแบบสัญญาตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการนโยบาย) กำหนดตามมาตรา 93 แห่ง...

คำว่า นับจาก กับ นับถัดจาก แตกต่างกันอย่างไร

 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำว่า "นับจาก" "นับตั้งแต่" "นับแต่" หรือ "นับถัด" หลักการคือ ให้นับวันถัดไป

การเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร ที่ต้องการเช่าจากผู้รับจ้างรายเดิมที่เคยดำเนินการอยู่ในปีที่ผ่านมา เพื่อเช่าต่อเนื่องในปีงบประมาณต่อไป จะทำได้หรือไม่อย่างไร และในการเช่าต่อเนื่องดังกล่าว ผู้รับจ้างจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อนให้กับคู่สัญญาหรือไม่

 ตามพรบ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 วรรค (2) (จ) "พัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างเป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว และมีความจำเป็นต้องทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่องในการใช้พัสดุนั้น โดยมูลค่าของพัสดุที่ทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมจะต้องไม่สูงกว่าพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว" ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กำหนดวิธีปฏิบัติไว้ว่า การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (จ) ให้เจรจากับผู้ประกอบการรายเดิมตามสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลา ส่งมอบ เพื่อขอให้มีการซื้อหรือจ้างตามรายละเอียดและราคาที่ต่ำกว่าราคารายเดิมภายใต้เงื่อนไขที่ดีกว่าหรือเงื่อนไขเดิม โดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม (ถ้ามี) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานของรัฐ กรณีที่หน่วยงานของรัฐมีเหตุผลความจำเป็นต้องเช่าพัสดุจากผู้เช่ารายเดิมต่อเนื่อง ย่อมสามารถเช่าจากผู้ให้เช่ารายเดิมได้  โดยวิธีเฉพาะเจาะจง มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (จ)...